วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ครูยุคปฏิรูป.....เสนอ 4 วิธีใหม่ 

สาธิต มศว. แนะ 4 หลัก ในการสอนสำหรับครูยุคใหม่ ดังนี้ 

1.มีวิธีคิดใหม่ 
2.มีวิธีสอนใหม่ 
3.มีเครื่องมือใหม่ 
4.มีองค์ความรู้ใหม่ 

นอกจากนี้ หน้าที่ของครูยังต้องสร้างเด็ก ให้รู้คุณค่า และมีเป้าหมายในอนาคต ครับ......... 

มีอะไรใหม่อีกไหมครับ..................






ครูดีเป็นอย่างไร "มงคล โอมาก" พรรณนามาอย่างน่าสนใจ พร้อมกับยกโวหารเปรียบเปรยมาดังนี้ 

เปลวเทียนละลายแท่งทอแสงอันอำไพ 
ชีวิตมลายไป เหลืออะไรไว้ทดแทน 

.....ครูมีหน้าที่พัฒนาเด็ก ครูสร้างคนให้มีความรู้ ครูพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมอย่างมีความสุขรวมทั้งพัฒนาชุมชนและประเทศให้ก้าวหน้ามั่นคง มีความสมดุลและยั่งยืน ครูถูกจัดให้เป็นพ่อแม่คนที่สอง เป็นผู้ให้ปัญญา 

.... ครูดี เปรียบเสมือนเทียนที่ยอมละลายตนเอง เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ ถึงตนจะลำบาก ยากเข็ญอย่างใดก็ตั้งใจสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ครูจึงเป็นปูชนียบุคคล เป็นที่เคารพของคนทั่วไป 

.... ครูดี คือ ทหารเอกของชาติ ครูเป็นผู้ขัดเกลาคนชั่วให้เป็นคนดี มีหลักการ สร้างคนเกียจคร้านให้เป็นคนขยัน เป็นคนมีน้ำใจ มีไมตรี เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม 
... ครูดี ต้องเป็นนักวางแผนที่ดี... 

.... ก่อนสอนเด็กครูต้องมีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้แจ่มใส ครูดีต้องมีความสำนึกอยู่เสมอ ห้องเรียนไม่ใช่คุกที่คุมขังเด็ก ห้องเรียนไม่ใช่คอกเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย 

... ครูไม่ใช่ผู้คุมและไม่ใช่เพชรฆาต เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว ครูจะทำให้เป็นสีอะไรก็ได้ 
ครูดี เปรียบเสมือนชาวสวน 

.... ต้นไม้จะผลิดอกออกผล ต้องคอยหมั่นพรวนดิน รดน้ำใส่ปุ๋ย บำรุงรักษา คอยเอาใจใส่ ฆ่าแมลงที่จะมาทำลาย เพื่อให้พันธุ์ไม้ในสวนผลิดอกออกผล ส่งกลิ่นหอมหวาน ครูสอนเด็กก็เฉกเช่นกัน ต้องคอยหมั่นว่ากล่าวตักเตือน เพื่อความก้าวหน้าของนักเรียน 
นี่ คือ ความภูมิใจและความสุขของศิษย์ 

.... ครูดี ต้องเป็นนักพัฒนา พัฒนาตนเอง พัฒนาศิษย์ พัฒนาคุณธรรม ให้ความเป็นกันเอง และเป็นเพื่อนยามยาก คอยปลอบขวัญเมื่อนักเรียนมีปัญหา 

.... ครูดี ต้องเป็นนักแนะแนว แนะแนวเป็นหัวใจของการจัดการศึกษา ทำให้เราเข้าใจเด็กได้ดี เพื่อนำมาไปพัฒนาการเรียนการสอนให้เด็ก มีความฉลาดปราดเปรื่อง เข้าใจปัญหาสังคมโลก... 

ครูที่ดี มีวิชา เป็นอาภรณ์ 
สามารถสอน นักเรียน ได้เลิศล้ำ 
ครูดี มีจรรยา สละนำ 
ไม่กระทำ ตัวอย่าง ทางเลวเอย.. 

ที่มา: กำแหง ภริตานนท์ : บทความ คัดมาจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส 17 ม.ค. 48



นอกจากที่มีผู้แสดงความคิดเห็นมาแล้วก็ขอเพิ่มเติมอีกว่า ครูยุคปฏิรูปนั้น ก็น่าจะมีสิ่งต่อไปนี้ 

-รักและเข้าใจเด็ก คือ คุณสมบัติขั้นพื้นฐานของคนเป็นครู นอกจากความรักและเอาใจใส่แล้ว ครูยังต้องมีความเมตตา และปรารถนาดีต่อเด็กด้วย 

-ศรัทธาในวิชาชีพ ครูมีหน้าที่พัฒนาเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต อาชีพครู จึงเป็นงานที่มีเกียรติและน่าภาคภูมิใจยิ่ง 

-ยอมรับความแตกต่างของผู้เรียน ครูเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันไปโดยครูเป็นผู้ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กในด้านนั้น ๆ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น 

-เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อให้คนไทยมีคุณลักษณะพี่พึงประสงค์ (เก่ง ดี มีความสุข) ครูจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีสอนของตนให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 

-พัฒนาตนเองเสมอ ความรู้ต่าง ๆ เทคโนโลยี ตลอดจนนวัตกรรมด้านการศึกษาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากครูหยุดนิ่งอยู่กับที่ จะกลายเป็นครูตกยุคในที่สุด 

-ทุ่มเทและรับผิดชอบสูง ครูจะประสบความเร็จในอาชีพได้ ต้องทุ่มเทตนเองและอุทิศเวลาให้แก่งานในหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ 

-ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ยึดมั่นในจรรยาบรรณของวิชาชีพครู วางตนเหมาะสม เป็นที่ยอมรับและน่าศรัทธาของสังคม 

-รู้จักวิเคราะห์หลักสูตร สามารถนำหลักสูตรการเรียนรู้มาประยุกต์เข้ากับสภาพแวดล้อมในชีวิตจริงของผู้เรียน และเชื่อมโยงกับสภาวะของสังคมโลกที่อยู่ไกลตัวออกไป 

-เป็นนักประสาน ในอนาคต ครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนสถาบันอื่น ๆ จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการศึกษามากขึ้น ครูจึงต้องรู้จักร่วมมือกับองค์กรเหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการศึกษา




ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กำหนดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาขึ้นโดยเฉพาะ คือพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาฉบับแรกของไทย 
ที่มุ่งหวังของไทยจะยกระดับการศึกษาของไทยและปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะหมวด 4 
ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา ได้กำหนดไว้ว่า

ไม่มีความคิดเห็น: